ตลอด 15 ปีที่ผมทำงานในวงการวัสดุปูพื้น คำถามยอดฮิตที่ผมได้ยินจากเจ้าของโครงการและเจ้าของบ้านแทบทุกวันคือ “พื้น SPC หนา 4 มิลฯ กับ 5 มิลฯ ต่างกันมากไหม? เอาตัวถูกกว่าได้หรือเปล่า?”

ถ้ามองด้วยตาเปล่าหรือเอาไม้บรรทัดวัด ส่วนต่างเพียง 1 มิลลิเมตรอาจดูเหมือนกระดาษแผ่นบางๆ ที่ไม่น่าจะมีผลอะไร แต่ในเชิงวิศวกรรมวัสดุก่อสร้าง 1 มิลลิเมตรนั้นคือ “เส้นแบ่ง” ระหว่างพื้นที่อยู่กับคุณไป 10 ปี กับพื้นที่เริ่มมีปัญหาลิ้นแตกหลุดร่อนภายใน 2 ปีแรก

วันนี้ผมจะพาคุณมา [เจาะลึกความหนา กระเบื้อง SPC] แบบถอดโครงสร้างดูกันทีละชั้น ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขบนใบเสนอราคา แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานจริง สิ่งที่เซลล์ขายของอาจไม่เคยอธิบายให้คุณฟัง แต่ผมจะเล่าให้ฟังในฐานะคนที่ต้องไปตามแก้หน้างานเหล่านี้ครับ


ความจริงของตัวเลข: “หนารวม” vs “หนาเนื้อ” (The Thickness Trap)

ก่อนจะลงลึกเรื่องสเปก ผมต้องเตือนเรื่อง “กับดักตัวเลข” ที่เจอบ่อยในตลาดล่างก่อนครับ

เวลาคุณเห็นโฆษณาว่า “กระเบื้องยาง SPC หนา 5 มม.” คุณต้องถามกลับทันทีว่า “นี่คือความหนาของเนื้อวัสดุ (Core) หรือรวมโฟมรองหลัง (Attached Underlay) แล้ว?”

กลยุทธ์ทางการตลาดที่พบบ่อยคือ การนำ SPC หนาเนื้อแค่ 4.0 มม. มาติดโฟม 1.0 มม. แล้วเคลมว่าเป็นรุ่น 5 มม. ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว ความแข็งแรงของลิ้นล็อก (Click Lock Strength) จะเท่ากับรุ่น 4 มม. เท่านั้นครับ แต่คุณจ่ายในราคาที่แพงขึ้น

[ความหนากระเบื้องยาง SPC] ที่แท้จริงที่เราต้องโฟกัสคือ “Core Thickness” หรือความหนาของชั้นหินพลาสติก เพราะนี่คือส่วนที่รับน้ำหนักและเป็นที่อยู่ของเขี้ยวล็อกครับ


ผ่าโครงสร้างความหนา: แต่ละมิลลิเมตรทำงานอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอแบ่งความหนาออกเป็น 2 ส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

1. ความหนาของชั้นแกนกลาง (Core Thickness) : กระดูกสันหลังของพื้น

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดครับ ในตลาดปัจจุบันเราจะเจอหลักๆ อยู่ 3 ขนาด:

  • รุ่น 4.0 มม. (Standard Grade): เป็นรุ่นเริ่มต้นที่ราคาประหยัดที่สุด ปัญหาทางเทคนิคที่ผมเจอบ่อยกับรุ่นนี้คือ “ลิ้นล็อกเปราะ” ครับ จินตนาการนะครับว่าแผ่นพื้นหนาแค่ 4 มม. ต้องถูกเซาะร่องทำลิ้นล็อก เนื้อวัสดุที่เหลือเพื่อยึดเกาะกันจะบางมากเหมือนกระดาษ ประสบการณ์จริง: ผมเคยเข้าไปดูหน้างานคอนโดที่ปูรุ่น 4 มม. ไปได้ปีกว่าๆ ปรากฏว่าแค่เดินสะดุดแรงๆ หรือขยับโซฟา ลิ้นล็อกเกิดการฉีกขาด (Click Breaking) ทำให้แผ่นพื้นแยกออกจากกันเป็นร่องยาว
  • รุ่น 5.0 – 6.0 มม. (Premium Grade / Smart Builts): นี่คือความหนาที่ผมแนะนำสำหรับงานที่ต้องการความชัวร์ เนื้อวัสดุที่เพิ่มขึ้นมา 1-2 มม. อนุญาตให้ผู้ผลิตออกแบบลิ้นล็อกที่ “ลึก” และ “ใหญ่” ขึ้นได้ (Deeper Milling Profile) แรงยึดเกาะจึงสูงกว่ารุ่น 4 มม. ถึงเกือบ 2 เท่า ทำให้ทนต่อแรงดึงและแรงกดทับได้ดีกว่ามาก ไม่ค่อยเจอปัญหาพื้นยวบหรือลิ้นแตก

2. ความหนาของชั้น Wear Layer (ผิวหน้า) : เกราะป้องกัน

อีกหนึ่งความหนาที่คนมักมองข้าม คือชั้นใสๆ ด้านบนสุดที่กันรอยขีดข่วน

  • 0.3 มม. (Residential): เพียงพอสำหรับห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น
  • 0.5 มม. (Commercial): เป็นมาตรฐานที่แบรนด์พรีเมียมมักใช้ เหมาะสำหรับร้านค้า ออฟฟิศ หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

Expert Insight: สิ่งที่มือใหม่มักพลาด และแบรนด์พรีเมียมใส่ใจ

จากการทำงานกับลูกค้าองค์กร ผมพบว่ามีปัจจัยเรื่องความหนาที่ส่งผลกระทบต่อ “ความรู้สึก” ในการอยู่อาศัยอย่างมาก แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

1. อาการ “Telegraphing” (ฟ้องพื้น)

ศัพท์ช่างเราเรียกว่า “อาการฟ้องพื้น” ครับ ถ้าคุณใช้ SPC ที่บางเกินไป (เช่น 3-4 มม.) และพื้นปูนเดิมไม่ได้เรียบกริบแบบกระจก แผ่นพื้นจะมีความอ่อนตัวเล็กน้อยและลู่ไปตามคลื่นของพื้นปูน เมื่อแสงไฟส่องกระทบ คุณจะเห็นพื้นเป็นลอนๆ ไม่สวยงาม ในขณะที่รุ่นหนา 5-6 มม. จะมีความเป็น Rigid (แข็งเกร็ง) สูงกว่า มันจะช่วย “คร่อม” ความไม่เรียบเล็กๆ น้อยๆ ของพื้นเดิมได้ดีกว่า ทำให้งานจบออกมาดูเรียบเนียนเหมือนแผ่นหินจริง

2. เสียงที่ “แน่น” ต่างกัน

เคยเดินบนพื้นแล้วเสียงดัง “แปะๆ” เหมือนเดินบนแผ่นพลาสติกไหมครับ? นั่นมักเกิดจากพื้น SPC ที่บางและเบา แบรนด์ระดับพรีเมียมจะให้ความสำคัญกับ Density (ความหนาแน่น) ควบคู่กับความหนา แผ่นที่มีความหนา 5.5 มม. ขึ้นไป เมื่อผสานกับโฟมรองหลังเกรด IXPE จะให้เสียงเดินที่ทุ้ม นุ่มนวล (Solid Sound) ใกล้เคียงกับไม้จริงมากกว่า นี่คือจิตวิทยาของความรู้สึกหรูหราที่สัมผัสได้ทางหูครับ

3. ความหนากับ “การเปลี่ยนผ่าน” (Transition)

ปัญหานี้เจอบ่อยตอนรีโนเวทครับ การปูทับกระเบื้องเดิม หากใช้รุ่นที่หนาเกินไป (เช่น 7-8 มม.) อาจทำให้ระดับพื้นสูงจนประตูเปิดไม่ได้ หรือต่างระดับกับห้องน้ำมากเกินไปจนเดินสะดุด ในมุมมองของผม จุดสมดุลที่ดีที่สุด (Sweet Spot) ของปี 2025-2026 คือ ความหนารวม 5.5 – 6.0 มม. (เนื้อ 4-5 มม. + โฟม 1.5 มม.) เป็นความหนาที่ได้ความแข็งแรงครบถ้วน แต่ไม่สร้างปัญหาระดับพื้นหน้างาน


FAQ เชิงลึก: คำถามที่คุณควรใช้ถามช่าง

Q1: ถ้าพื้นบ้านเดิมไม่เรียบ ใช้รุ่นหนาๆ ไปเลยจะช่วยได้ไหม? Expert Answer: เป็นความเข้าใจที่ถูกครึ่งเดียวครับ รุ่นหนาช่วยพรางตาได้ดีกว่าจริง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากพื้นเดิมเป็นแอ่งลึกเกิน 2-3 มม. ต่อให้ใช้รุ่นหนาที่สุด ลิ้นล็อกก็ยังรับภาระหนักอยู่ดีและจะหักในที่สุด ทางออกที่ถูกต้องคือต้องทำ Self-leveling (ปรับระดับพื้น) ก่อนปูครับ อย่าใช้ความหนาของพื้นเพื่อกลบเกลื่อนความมักง่ายของการเตรียมงาน

Q2: ความหนา Wear Layer 0.3 กับ 0.5 มม. ต่างกันแค่ไหนในระยะยาว? Expert Answer: ต่างกันที่อายุขัยครับ 0.3 มม. อาจจะอยู่สวยๆ ได้ 5-7 ปี ก่อนที่ลายไม้บริเวณที่เดินบ่อยๆ (เช่น หน้าประตู) จะเริ่มจาง แต่ 0.5 มม. ถูกออกแบบมาให้ทนทานระดับ 10-15 ปีขึ้นไป หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา การขยับไปรุ่น 0.5 มม. คือการซื้อประกันอายุการใช้งานที่คุ้มค่าครับ

Q3: ปูโฟมรองให้หนาขึ้นอีกชั้น จะช่วยให้นุ่มเท้าขึ้นไหม? Expert Answer: ห้ามทำเด็ดขาดครับ! นี่คือข้อห้ามร้ายแรงของ SPC การปูโฟมซ้อนกันหรือใช้โฟมหนาเกินไป (เกิน 1.5 – 2 มม.) จะทำให้พื้นมีความ “ยวบยาบ” (Too much bouncing) เวลาเดิน ลิ้นล็อกจะขยับตัวขึ้นลงมากเกินลิมิตจนหักครับ ความนุ่มต้องมาจากโฟมที่ติดมากับแผ่น (Built-in Underlay) ที่โรงงานคำนวณมาแล้วเท่านั้น

Q4: SPC หนาๆ จะทนความร้อนได้ดีกว่าไหม? Expert Answer: มีส่วนครับ ความหนาของแกนกลางที่มากขึ้น (Mass) จะช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่า ทำให้การขยายตัว (Expansion) น้อยกว่ารุ่นบางเล็กน้อย แต่ปัจจัยหลักเรื่องการทนร้อนจริงๆ อยู่ที่ “สูตรการผสม” ระหว่างผงหินกับพลาสติกมากกว่าความหนาครับ


บทสรุป: ความหนาคือการลงทุนกับ “ความสบายใจ”

การ [เจาะลึกความหนา กระเบื้อง SPC] ในครั้งนี้ ผมหวังว่าคุณจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ตัวเลขทุกมิลลิเมตรมีความหมายทางวิศวกรรมซ่อนอยู่

การเลือกพื้น SPC ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครหนากว่ากัน แต่คือการเลือก “ความสมดุล” ระหว่างสภาพหน้างาน การใช้งาน และงบประมาณ สำหรับผมในฐานะที่ปรึกษา หากคุณทำบ้านเพื่ออยู่เองระยะยาว ผมแนะนำให้ยืนพื้นที่ความหนาเนื้อวัสดุ (Core) 5 มม. ขึ้นไป (ไม่รวมโฟม)

ส่วนต่างราคาที่คุณจ่ายเพิ่มสำหรับความหนา 1 มิลลิเมตรนั้น แท้จริงแล้วคุณไม่ได้จ่ายค่าพลาสติกที่เพิ่มขึ้น แต่คุณกำลังจ่ายเพื่อซื้อ “ความแข็งแรงของลิ้นล็อก” และ “ความเสถียรของโครงสร้าง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณไม่ต้องมาปวดหัวกับการรื้อพื้นซ่อมใหม่ในอนาคตครับ

ลองพิจารณาดูนะครับ พื้นบ้านเป็นสิ่งที่เราใช้งานหนักที่สุด ลงทุนให้ถูกจุด แล้วบ้านจะเป็นพื้นที่ความสุขอย่างแท้จริงครับ

หากคุณกำลังมองหากระเบื้องยางที่
คุ้มค่า ใช้งานยาว ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ทีม Smart Built ยินดีให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ติดต่อเราได้เลยวันนี้! เพื่อเปลี่ยนพื้นที่เดิมให้ดูใหม่อย่างมืออาชีพ

จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระเบื้องยาง กระเบื้องปูพื้น SPC,แผ่นปูกระเบื้องยาง LVT กระเบื้องยางคลิ๊กล็อค บัว-ตัวจบ ครบองค์ประกอบเรื่องพื้น สวยงามคุณภาพสูง มาพร้อมลวดลายสีสันให้เลือก มากมาย มีความทนทาน กันน้ำ-กันปลวก แถมยัง ปลอดภัยยับยั้งแบคทีเรีย คุณภาพคุ้มราคา สนใจติดต่อ 062-645-8855

✔️ มีทีมงานบริการวัดพื้นที่

✔️ มีทีมช่างแนะนำพร้อมติดตั้ง

✔️รับประกันสินค้า* และบริการ*

✔️ จัดส่งทั่วประเทศ

✨เรื่องพื้นๆไว้ใจ SMART BUILTS

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ “นโยบายการใช้คุกกี้” และสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้